หน้าแรกระบบกรองน้ำตู้ปลาและบ่อปลา

WATER CARE / FILTRATION GUIDE

ระบบกรองน้ำ
หัวใจของตู้ปลา
และบ่อปลา

เข้าใจว่าน้ำเดินทางไปไหน ของเสียถูกจัดการอย่างไร และเริ่มทำระบบกรองที่เหมาะกับปลาของคุณได้อย่างไร ตั้งแต่กรองฟองน้ำในตู้ ไปจนถึงชุดกรองหลายช่องสำหรับบ่อ

ตู้ปลา & บ่อปลาหลักการ + วิธีจัดระบบสำหรับผู้เริ่มต้น
FOLLOW THE WATER
  1. น้ำจากตู้หรือบ่อพาเศษอาหารและของเสียเข้าสู่ระบบ
  2. ดักตะกอนแยกของแข็ง เพื่อนำออกไปทำความสะอาด
  3. กรองชีวภาพจุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนแอมโมเนียและไนไตรต์
  4. ส่งน้ำกลับ + เติมอากาศหมุนเวียนกลับสู่ตู้หรือบ่ออย่างต่อเนื่อง

ผังหลักการแบบย่อ ตำแหน่งปั๊มจริงขึ้นอยู่กับชนิดระบบ กรองฟองน้ำรวมการดักตะกอนและกรองชีวภาพไว้ในชิ้นเดียว

01 / WHY FILTER?

น้ำดี เริ่มที่การจัดการของเสีย

ปลาและอาหารทำให้เกิดของเสียตลอดเวลา ระบบกรองช่วยให้เราเก็บออกและควบคุมคุณภาพน้ำได้ง่ายขึ้น

01

เก็บเศษอาหารและตะกอน

ดักมูลปลา เศษอาหาร และใบไม้ไว้ในจุดที่ล้างออกได้ ลดการสะสมของของเสียในตู้หรือบ่อ

02

จัดการของเสียที่มองไม่เห็น

เพิ่มพื้นที่ให้จุลินทรีย์ในกรองชีวภาพ เปลี่ยนแอมโมเนียและไนไตรต์ซึ่งเป็นอันตรายต่อปลา

03

ช่วยให้น้ำหมุนเวียน

พาน้ำผ่านกรองอย่างสม่ำเสมอ การกวนน้ำบริเวณผิวช่วยแลกเปลี่ยนก๊าซ ควรเติมอากาศเพิ่มเติมให้เหมาะกับปลาและระบบ

น้ำใสไม่ได้ยืนยันว่าปลอดภัย: กรองทั่วไปไม่ได้ทำให้ของเสียทุกชนิดหายไป ไนเตรตยังสะสมได้ จึงต้องตรวจน้ำ นำตะกอนออก และเปลี่ยนน้ำบางส่วนตามความเหมาะสม

02 / HOW IT WORKS

วัสดุกรองแต่ละแบบ
ทำหน้าที่ต่างกัน

เริ่มจากดักของแข็งก่อน แล้วให้น้ำผ่านส่วนชีวภาพ เพื่อลดการอุดตันและให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดี

MECHANICAL / กรองกายภาพ

ดักของแข็ง

ใช้ช่องตะแกรงหรือช่องว่างในวัสดุช่วยจับตะกอน เลือกจากหยาบไปละเอียดตามทิศทางน้ำ และออกแบบให้หยิบล้างง่าย

ตัวอย่าง: แปรงกรอง ฟองน้ำ ใยกรอง ตะแกรงดรัม
สิ่งที่ต้องทำ: นำของเสียที่ดักได้ออกจากระบบ
BIOLOGICAL / กรองชีวภาพ

เป็นบ้านให้จุลินทรีย์

วัสดุที่มีพื้นที่ผิวมากช่วยให้จุลินทรีย์เกาะอาศัย ต้องมีน้ำที่มีออกซิเจนไหลผ่าน และต้องใช้เวลาเดินระบบก่อนรับภาระปลา

ตัวอย่าง: ฟองน้ำ เซรามิกมีเดีย มีเดียพลาสติก
สิ่งที่ต้องทำ: รักษาการไหล ออกซิเจน และค่า pH/KH ที่เหมาะสม
CHEMICAL / กรองเคมี

เลือกใช้ตามปัญหา

วัสดุบางชนิดช่วยดูดซับสารละลาย สี หรือสารที่ระบุไว้ในฉลาก ใช้เป็นส่วนเสริมและเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน

ตัวอย่าง: ถ่านกัมมันต์และเรซินเฉพาะทาง
สิ่งที่ต้องรู้: ไม่ใช้แทนกรองชีวภาพ และไม่ใช่ทุกระบบที่ต้องใส่ตลอดเวลา
แล้ว UVC ล่ะ? เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยควบคุมสาหร่ายเซลล์เดียวที่ทำให้น้ำเขียวเมื่อกำลังหลอดและอัตราการไหลเหมาะสม ไม่ได้ดักตะกอนหรือทดแทนกรองชีวภาพ และไม่กำจัดตะไคร่เกาะผิวทั้งหมด ใช้เครื่องแบบปิดตามคู่มือผู้ผลิต

วงจรไนโตรเจน: ของเสียเปลี่ยนเป็นอะไร?

  1. แหล่งของเสียปลา + อาหาร

    ปลาขับแอมโมเนีย และเศษอินทรีย์สลายตัวเพิ่มภาระในน้ำ

  2. NH₃ / NH₄⁺แอมโมเนีย

    จุลินทรีย์กลุ่มแรกออกซิไดซ์เป็นไนไตรต์

  3. NO₂⁻ไนไตรต์

    จุลินทรีย์อีกกลุ่มเปลี่ยนต่อเป็นไนเตรต

  4. NO₃⁻ไนเตรต

    สะสมได้ ควบคุมด้วยการเปลี่ยนน้ำและการนำสารอาหารออก

การเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนเตรตเรียกว่า “ไนตริฟิเคชัน” ใช้ออกซิเจนและทำให้ความเป็นด่างสำรอง (KH) ลดลงได้ พืชน้ำช่วยใช้สารอาหารส่วนหนึ่ง แต่ยังต้องตรวจน้ำให้เหมาะกับชนิดปลา

03 / BUILD YOUR SYSTEM

เริ่มทำระบบกรอง
จากแบบที่ดูแลไหว

สองตัวอย่างนี้ใช้แสดงวิธีจัดระบบ ขนาดจริงต้องสัมพันธ์กับปริมาตรน้ำ จำนวนปลา ปริมาณอาหาร และอุปกรณ์ที่เลือก

ตู้ปลา: ชุดกรองฟองน้ำระบบลม

ประกอบจากชิ้นส่วนสำหรับตู้ปลา เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นของตู้ปลาหางนกยูงหรือตู้อนุบาลที่มีภาระปลาเหมาะสม

  1. ประกอบฐาน ฟองน้ำ และท่อยกน้ำ

    ต่อแกนรับน้ำเข้ากับฐาน สวมฟองน้ำให้แนบกับแกน และติดท่อยกน้ำตามคู่มือของชุดกรอง ให้น้ำเข้าผ่านฟองน้ำแทนช่องว่างข้างแกน

  2. เดินสายลมและกันน้ำย้อน

    ต่อปั๊มลมเข้าจุดรับลมของกรอง ติดวาล์วกันย้อนตามลูกศรให้ลมไหลไปทางกรอง วางปั๊มลมในที่แห้งสูงกว่าระดับน้ำ และทำสายไฟเป็นห่วงหยดน้ำก่อนถึงปลั๊ก

  3. วางกรองและปรับลม

    วางฟองน้ำให้จมน้ำ บีบไล่อากาศที่ค้างในฟองน้ำ ปรับปากท่อยกน้ำใกล้ผิวน้ำตามคู่มือ แล้วปรับลมให้น้ำหมุนเวียนโดยไม่พัดปลาแรงเกินไป

  4. ตรวจการทำงานก่อนใช้

    ฟองอากาศที่ลอยขึ้นในท่อจะพาน้ำขึ้น ทำให้น้ำในตู้ไหลผ่านฟองน้ำเข้ามาทดแทน ตรวจสายลมและการกันย้อน ทดสอบหยุด–เปิดปั๊ม และเดินกรองให้พร้อมก่อนลงปลา

เส้นทางของน้ำในกรองฟองน้ำ

  1. น้ำในตู้เข้าสู่ฟองน้ำ
  2. ผ่านฟองน้ำดักตะกอน + เป็นที่อยู่จุลินทรีย์
  3. ขึ้นท่อยกน้ำฟองอากาศช่วยพาน้ำขึ้น
  4. กลับสู่ตู้เกิดการหมุนเวียนและกวนผิว

เส้นทางลมแยกจากเส้นทางน้ำ: ปั๊มลมนอกตู้ → สายลม → จุดปล่อยลมในท่อยกน้ำ

บ่อปลา: ถังกรองเปิด 3 ช่อง

ตัวอย่างแบบปั๊มส่งน้ำเข้ากรอง (Pump-fed) และปล่อยน้ำกลับบ่อด้วยแรงโน้มถ่วง

  1. วัดหน้างานและวางระดับกรอง

    วัดปริมาตรน้ำและระดับยกปั๊ม ตั้งถังกรองบนฐานมั่นคง ให้ทางออกกรองสูงกว่าระดับน้ำบ่อเพื่อไหลกลับได้ และเหลือพื้นที่เปิดฝาล้างกรอง

  2. แบ่งช่องและทำจุดระบาย

    ติดแผ่นกั้นเพื่อบังคับน้ำไหลเรียงผ่านช่อง 1 → 2 → 3 ใช้ข้อต่อแทงค์ตรงรูน้ำเข้า–ออก ทำวาล์วระบายก้นช่องตะกอน และรองวัสดุกรองเหนือก้นถังให้มีทางน้ำผ่าน

  3. จัดวัสดุให้เหมาะกับหน้าที่

    ช่อง 1 ใช้แปรงหรือฟองน้ำหยาบดักตะกอน ช่อง 2 ใส่มีเดียชีวภาพแบบแช่น้ำให้ไม่อัดแน่นและเติมอากาศ ช่อง 3 เว้นเป็นช่องรวมน้ำออกไปยังท่อกลับบ่อ

  4. ต่อปั๊มเข้าช่องแรกและทำท่อกลับ

    ติดตะแกรงป้องกันปลาที่ทางดูดปั๊ม ส่งน้ำเข้าช่อง 1 ท่อกลับแบบแรงโน้มถ่วงและทางล้นสำรองต้องระบายน้ำได้ทันปริมาณน้ำจริงของปั๊ม จัดทางล้นให้กลับลงบ่ออย่างปลอดภัย

  5. ทดสอบด้วยน้ำก่อนรับปลา

    ตรวจรอยรั่ว ระดับน้ำแต่ละช่อง และน้ำไหลลัดวัสดุ ทดสอบหยุดไฟ–เปิดใหม่ รวมถึงกรณีวัสดุกรองเริ่มตัน ต้องไม่มีน้ำล้นนอกระบบ ปั๊มแห้ง หรือบ่อถูกสูบจนระดับต่ำอันตราย

เส้นทางของน้ำสำหรับตัวอย่างบ่อแบบ Pump-fed

  1. บ่อปลาจุดรับน้ำมีตะแกรงป้องกันปลา
  2. ปั๊มน้ำยกน้ำเข้ากรอง
  3. ช่อง 1ดักตะกอน
  4. ช่อง 2มีเดียชีวภาพ + อากาศ
  5. ช่อง 3 → บ่อไหลกลับด้วยแรงโน้มถ่วง

ช่องน้ำผ่านและท่อกลับต้องออกแบบตามอัตราไหลจริง ส่วนกรองชีวภาพต้องพิจารณาภาระจากปลาและอาหารด้วย จึงไม่มีขนาดท่อหรือสัดส่วนช่องกรองเดียวที่เหมาะกับทุกบ่อ

ถ้าเป็นกรองแบบแรงโน้มถ่วง (Gravity-fed) ต่างกันอย่างไร?

น้ำจากบ่อไหลเข้ากรองผ่านท่อที่เชื่อมถึงกัน โดยระดับน้ำทำงานของบ่อและกรองสัมพันธ์กัน ปั๊มติดตั้งหลังส่วนกรองเพื่อส่งน้ำกลับบ่อ ลำดับจึงเป็น บ่อ → ดักตะกอน → ชีวภาพ → ปั๊ม → บ่อ ระบบนี้ต้องออกแบบระดับ ช่องทางน้ำ และการป้องกันน้ำล้นต่างจากตัวอย่างด้านบน

กรองใหม่
ต้องเดินระบบก่อน

เริ่มเดินกรองแบบไม่มีปลา โดยใช้แหล่งแอมโมเนียสำหรับเดินระบบตามฉลากผลิตภัณฑ์ ตรวจว่าระบบจัดการภาระนั้นได้จนแอมโมเนียและไนไตรต์กลับเป็นศูนย์ก่อนค่อย ๆ เพิ่มปลา การเปิดกรองครบจำนวนวันหรือเติมจุลินทรีย์เพียงอย่างเดียว ยังไม่ยืนยันว่ากรองพร้อม

การติดตั้งใกล้น้ำ: ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เหมาะกับตำแหน่งติดตั้ง มีสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD/RCBO) ตามความเหมาะสม ให้ช่างไฟจัดระบบไฟ ตัดไฟก่อนซ่อมหรือล้วงส่วนที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า และเตรียมอากาศสำรองสำหรับกรณีไฟดับ

04 / SIZE IT WITH THE FISH IN MIND

เลือกขนาดกรองและปั๊ม
จากน้ำที่ไหลจริง

เริ่มจากปริมาตรน้ำ แล้วพิจารณาจำนวนปลา ขนาดตัว และอาหารที่ให้ต่อวัน ปั๊มและกรองต้องทำงานสมดุลกัน

  • ดูกราฟปั๊มที่ระดับยกจริง รวมผลจากความยาวท่อ ข้องอ และอุปกรณ์ต่อพ่วง
  • อัตราน้ำสูงสุดบนกล่อง มักวัดในเงื่อนไขที่ต่างจากการติดตั้งจริง
  • วัสดุและช่องกรองต้องให้น้ำไหลผ่านได้ทั่วถึง ไม่ไหลลัดหรืออุดตันง่าย
  • ท่อกลับและทางล้นสำรองต้องรับน้ำทัน และต้องเข้าถึงจุดล้างได้สะดวก

คำนวณปริมาตรตู้ทรงสี่เหลี่ยม

กว้าง × ยาว × ความสูงน้ำ (ซม.) ÷ 1,000
ตัวอย่าง: 100 × 40 × 40 ÷ 1,000

160 L

นำผลคูณ 160,000 หาร 1,000 ได้ 160 ลิตร ก่อนหักปริมาตรที่วัสดุและอุปกรณ์แทนที่ ใช้ความสูงน้ำจริงแทนความสูงตู้

คำนวณอัตราหมุนเวียนน้ำ

อัตราน้ำจริง (ลิตร/ชั่วโมง) ÷ ปริมาตรน้ำจริง (ลิตร)

4,000 ÷ 2,000 = 2 รอบ/ชม.

ตัวอย่างบ่อ 2,000 ลิตร มีน้ำผ่านกรองจริง 4,000 ลิตร/ชั่วโมง ตัวเลขนี้แสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่อัตราที่กำหนดให้ใช้กับทุกบ่อ ต้องเลือกตามชนิดปลาและการออกแบบระบบ

05 / KEEP IT WORKING

กรองที่ดี ต้องล้างง่าย
และมีคนดูแลต่อเนื่อง

ตรวจการไหลและผลทดสอบน้ำเป็นหลัก ปรับรอบล้างตามภาระของเสียของตู้หรือบ่อ ไม่รอให้กรองตันจนระบบสะดุด

ตารางดูแลระบบกรองน้ำตู้ปลาและบ่อปลา
จุดที่ดูแลควรทำอย่างไรสิ่งที่ต้องระวัง
ปั๊มและอากาศดูการไหล ฟองอากาศ ระดับน้ำ และเสียงผิดปกติทุกวันการไหลลดลงอาจมาจากตะแกรงตัน วัสดุตัน หรืออุปกรณ์ขัดข้อง
กรองตะกอนนำเศษอาหาร มูลปลา และตะกอนออกเมื่อสะสมหรือการไหลเริ่มลดตะกอนที่ค้างในกรองยังสลายตัวเป็นภาระในน้ำได้
มีเดียชีวภาพล้างเบา ๆ เฉพาะเมื่อสกปรกกีดขวางการไหล ใช้น้ำเก่าจากระบบหรือน้ำที่กำจัดคลอรีนแล้วหลีกเลี่ยงน้ำประปาที่ยังมีคลอรีน สบู่ การตากแห้ง และการเปลี่ยนมีเดียทั้งหมดพร้อมกัน
ผลตรวจน้ำตรวจแอมโมเนีย ไนไตรต์ ไนเตรต pH และ KH ตามสภาพระบบ ตรวจถี่ขึ้นเมื่อเริ่มระบบหรือเพิ่มปลาค่าน้ำที่ดีต้องเหมาะกับชนิดปลา ไม่ใช้ความใสเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว
น้ำและระบบสำรองเปลี่ยนน้ำบางส่วนตามผลตรวจ กำจัดคลอรีนในน้ำใหม่ และทดสอบอากาศสำรองเป็นระยะกรองและการเติมอากาศควรทำงานต่อเนื่อง ไม่ปิดประจำทุกคืนเพื่อประหยัดไฟ

06 / QUESTIONS, ANSWERED

คำถามเรื่องกรอง
ที่เจอบ่อย

เข้าใจหน้าที่ของกรอง จะช่วยให้เลือกอุปกรณ์และแก้ปัญหาได้ตรงจุดขึ้น

มีกรองแล้ว ยังต้องเปลี่ยนน้ำไหม?

ยังต้องเปลี่ยนน้ำบางส่วนตามผลตรวจและภาระปลา เพราะกรองชีวภาพทั่วไปเปลี่ยนของเสียเป็นไนเตรต ไม่ได้ทำให้สารละลายทั้งหมดหายไป พืชน้ำช่วยใช้สารอาหารได้ส่วนหนึ่ง แต่ต้องจัดสมดุลและตรวจน้ำต่อเนื่อง

ใส่เซรามิกหรือมีเดียมาก ๆ แล้วน้ำจะดีขึ้นทันทีไหม?

มีเดียช่วยเพิ่มที่เกาะของจุลินทรีย์ แต่ต้องมีออกซิเจน น้ำไหลผ่าน และเวลาให้ระบบตั้งตัว การยัดมีเดียแน่นจนน้ำไหลลัดหรืออุดตันอาจทำให้ใช้พื้นที่กรองได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

กรองชีวภาพต้องล้างจนสะอาดเหมือนใหม่หรือไม่?

ไม่จำเป็น ควรรักษาจุลินทรีย์ที่เกาะวัสดุไว้ และล้างเบา ๆ เมื่อมีตะกอนอุดกั้นการไหล ใช้น้ำที่ไม่มีคลอรีน หลีกเลี่ยงการล้างหนักหรือเปลี่ยนวัสดุทั้งหมดในครั้งเดียว

น้ำเขียวควรเพิ่มใยกรองหรือใช้ UVC?

ต้องแยกก่อนว่าเป็นตะกอนแขวนลอยหรือสาหร่ายเซลล์เดียว ใยกรองช่วยจับอนุภาคตามขนาดช่อง ส่วน UVC ใช้ช่วยควบคุมสาหร่ายที่ทำให้น้ำเขียวเมื่อเลือกขนาดและการไหลถูกต้อง ควรจัดการอาหาร แสง และสารอาหารสะสมร่วมด้วย

ออกแบบให้น้ำไหลถูกทาง
และคุณดูแลได้ทุกวัน

เริ่มจากระบบเรียบง่าย แล้วค่อยขยายให้พอดีกับปลาและภาระของเสีย

กลับไปดูวิธีทำ