WATER CARE / FILTRATION GUIDE
ระบบกรองน้ำ
หัวใจของตู้ปลา
และบ่อปลา
เข้าใจว่าน้ำเดินทางไปไหน ของเสียถูกจัดการอย่างไร และเริ่มทำระบบกรองที่เหมาะกับปลาของคุณได้อย่างไร ตั้งแต่กรองฟองน้ำในตู้ ไปจนถึงชุดกรองหลายช่องสำหรับบ่อ
- น้ำจากตู้หรือบ่อพาเศษอาหารและของเสียเข้าสู่ระบบ
- ดักตะกอนแยกของแข็ง เพื่อนำออกไปทำความสะอาด
- กรองชีวภาพจุลินทรีย์ช่วยเปลี่ยนแอมโมเนียและไนไตรต์
- ส่งน้ำกลับ + เติมอากาศหมุนเวียนกลับสู่ตู้หรือบ่ออย่างต่อเนื่อง
ผังหลักการแบบย่อ ตำแหน่งปั๊มจริงขึ้นอยู่กับชนิดระบบ กรองฟองน้ำรวมการดักตะกอนและกรองชีวภาพไว้ในชิ้นเดียว
01 / WHY FILTER?
น้ำดี เริ่มที่การจัดการของเสีย
ปลาและอาหารทำให้เกิดของเสียตลอดเวลา ระบบกรองช่วยให้เราเก็บออกและควบคุมคุณภาพน้ำได้ง่ายขึ้น
เก็บเศษอาหารและตะกอน
ดักมูลปลา เศษอาหาร และใบไม้ไว้ในจุดที่ล้างออกได้ ลดการสะสมของของเสียในตู้หรือบ่อ
จัดการของเสียที่มองไม่เห็น
เพิ่มพื้นที่ให้จุลินทรีย์ในกรองชีวภาพ เปลี่ยนแอมโมเนียและไนไตรต์ซึ่งเป็นอันตรายต่อปลา
ช่วยให้น้ำหมุนเวียน
พาน้ำผ่านกรองอย่างสม่ำเสมอ การกวนน้ำบริเวณผิวช่วยแลกเปลี่ยนก๊าซ ควรเติมอากาศเพิ่มเติมให้เหมาะกับปลาและระบบ
02 / HOW IT WORKS
วัสดุกรองแต่ละแบบ
ทำหน้าที่ต่างกัน
เริ่มจากดักของแข็งก่อน แล้วให้น้ำผ่านส่วนชีวภาพ เพื่อลดการอุดตันและให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดี
ดักของแข็ง
ใช้ช่องตะแกรงหรือช่องว่างในวัสดุช่วยจับตะกอน เลือกจากหยาบไปละเอียดตามทิศทางน้ำ และออกแบบให้หยิบล้างง่าย
สิ่งที่ต้องทำ: นำของเสียที่ดักได้ออกจากระบบ
เป็นบ้านให้จุลินทรีย์
วัสดุที่มีพื้นที่ผิวมากช่วยให้จุลินทรีย์เกาะอาศัย ต้องมีน้ำที่มีออกซิเจนไหลผ่าน และต้องใช้เวลาเดินระบบก่อนรับภาระปลา
สิ่งที่ต้องทำ: รักษาการไหล ออกซิเจน และค่า pH/KH ที่เหมาะสม
เลือกใช้ตามปัญหา
วัสดุบางชนิดช่วยดูดซับสารละลาย สี หรือสารที่ระบุไว้ในฉลาก ใช้เป็นส่วนเสริมและเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน
สิ่งที่ต้องรู้: ไม่ใช้แทนกรองชีวภาพ และไม่ใช่ทุกระบบที่ต้องใส่ตลอดเวลา
วงจรไนโตรเจน: ของเสียเปลี่ยนเป็นอะไร?
- แหล่งของเสียปลา + อาหาร
ปลาขับแอมโมเนีย และเศษอินทรีย์สลายตัวเพิ่มภาระในน้ำ
- NH₃ / NH₄⁺แอมโมเนีย
จุลินทรีย์กลุ่มแรกออกซิไดซ์เป็นไนไตรต์
- NO₂⁻ไนไตรต์
จุลินทรีย์อีกกลุ่มเปลี่ยนต่อเป็นไนเตรต
- NO₃⁻ไนเตรต
สะสมได้ ควบคุมด้วยการเปลี่ยนน้ำและการนำสารอาหารออก
การเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนเตรตเรียกว่า “ไนตริฟิเคชัน” ใช้ออกซิเจนและทำให้ความเป็นด่างสำรอง (KH) ลดลงได้ พืชน้ำช่วยใช้สารอาหารส่วนหนึ่ง แต่ยังต้องตรวจน้ำให้เหมาะกับชนิดปลา
03 / BUILD YOUR SYSTEM
เริ่มทำระบบกรอง
จากแบบที่ดูแลไหว
สองตัวอย่างนี้ใช้แสดงวิธีจัดระบบ ขนาดจริงต้องสัมพันธ์กับปริมาตรน้ำ จำนวนปลา ปริมาณอาหาร และอุปกรณ์ที่เลือก
ตู้ปลา: ชุดกรองฟองน้ำระบบลม
ประกอบจากชิ้นส่วนสำหรับตู้ปลา เหมาะเป็นจุดเริ่มต้นของตู้ปลาหางนกยูงหรือตู้อนุบาลที่มีภาระปลาเหมาะสม
ประกอบฐาน ฟองน้ำ และท่อยกน้ำ
ต่อแกนรับน้ำเข้ากับฐาน สวมฟองน้ำให้แนบกับแกน และติดท่อยกน้ำตามคู่มือของชุดกรอง ให้น้ำเข้าผ่านฟองน้ำแทนช่องว่างข้างแกน
เดินสายลมและกันน้ำย้อน
ต่อปั๊มลมเข้าจุดรับลมของกรอง ติดวาล์วกันย้อนตามลูกศรให้ลมไหลไปทางกรอง วางปั๊มลมในที่แห้งสูงกว่าระดับน้ำ และทำสายไฟเป็นห่วงหยดน้ำก่อนถึงปลั๊ก
วางกรองและปรับลม
วางฟองน้ำให้จมน้ำ บีบไล่อากาศที่ค้างในฟองน้ำ ปรับปากท่อยกน้ำใกล้ผิวน้ำตามคู่มือ แล้วปรับลมให้น้ำหมุนเวียนโดยไม่พัดปลาแรงเกินไป
ตรวจการทำงานก่อนใช้
ฟองอากาศที่ลอยขึ้นในท่อจะพาน้ำขึ้น ทำให้น้ำในตู้ไหลผ่านฟองน้ำเข้ามาทดแทน ตรวจสายลมและการกันย้อน ทดสอบหยุด–เปิดปั๊ม และเดินกรองให้พร้อมก่อนลงปลา
เส้นทางของน้ำในกรองฟองน้ำ
- น้ำในตู้เข้าสู่ฟองน้ำ
- ผ่านฟองน้ำดักตะกอน + เป็นที่อยู่จุลินทรีย์
- ขึ้นท่อยกน้ำฟองอากาศช่วยพาน้ำขึ้น
- กลับสู่ตู้เกิดการหมุนเวียนและกวนผิว
เส้นทางลมแยกจากเส้นทางน้ำ: ปั๊มลมนอกตู้ → สายลม → จุดปล่อยลมในท่อยกน้ำ
บ่อปลา: ถังกรองเปิด 3 ช่อง
ตัวอย่างแบบปั๊มส่งน้ำเข้ากรอง (Pump-fed) และปล่อยน้ำกลับบ่อด้วยแรงโน้มถ่วง
วัดหน้างานและวางระดับกรอง
วัดปริมาตรน้ำและระดับยกปั๊ม ตั้งถังกรองบนฐานมั่นคง ให้ทางออกกรองสูงกว่าระดับน้ำบ่อเพื่อไหลกลับได้ และเหลือพื้นที่เปิดฝาล้างกรอง
แบ่งช่องและทำจุดระบาย
ติดแผ่นกั้นเพื่อบังคับน้ำไหลเรียงผ่านช่อง 1 → 2 → 3 ใช้ข้อต่อแทงค์ตรงรูน้ำเข้า–ออก ทำวาล์วระบายก้นช่องตะกอน และรองวัสดุกรองเหนือก้นถังให้มีทางน้ำผ่าน
จัดวัสดุให้เหมาะกับหน้าที่
ช่อง 1 ใช้แปรงหรือฟองน้ำหยาบดักตะกอน ช่อง 2 ใส่มีเดียชีวภาพแบบแช่น้ำให้ไม่อัดแน่นและเติมอากาศ ช่อง 3 เว้นเป็นช่องรวมน้ำออกไปยังท่อกลับบ่อ
ต่อปั๊มเข้าช่องแรกและทำท่อกลับ
ติดตะแกรงป้องกันปลาที่ทางดูดปั๊ม ส่งน้ำเข้าช่อง 1 ท่อกลับแบบแรงโน้มถ่วงและทางล้นสำรองต้องระบายน้ำได้ทันปริมาณน้ำจริงของปั๊ม จัดทางล้นให้กลับลงบ่ออย่างปลอดภัย
ทดสอบด้วยน้ำก่อนรับปลา
ตรวจรอยรั่ว ระดับน้ำแต่ละช่อง และน้ำไหลลัดวัสดุ ทดสอบหยุดไฟ–เปิดใหม่ รวมถึงกรณีวัสดุกรองเริ่มตัน ต้องไม่มีน้ำล้นนอกระบบ ปั๊มแห้ง หรือบ่อถูกสูบจนระดับต่ำอันตราย
เส้นทางของน้ำสำหรับตัวอย่างบ่อแบบ Pump-fed
- บ่อปลาจุดรับน้ำมีตะแกรงป้องกันปลา
- ปั๊มน้ำยกน้ำเข้ากรอง
- ช่อง 1ดักตะกอน
- ช่อง 2มีเดียชีวภาพ + อากาศ
- ช่อง 3 → บ่อไหลกลับด้วยแรงโน้มถ่วง
ช่องน้ำผ่านและท่อกลับต้องออกแบบตามอัตราไหลจริง ส่วนกรองชีวภาพต้องพิจารณาภาระจากปลาและอาหารด้วย จึงไม่มีขนาดท่อหรือสัดส่วนช่องกรองเดียวที่เหมาะกับทุกบ่อ
ถ้าเป็นกรองแบบแรงโน้มถ่วง (Gravity-fed) ต่างกันอย่างไร?
น้ำจากบ่อไหลเข้ากรองผ่านท่อที่เชื่อมถึงกัน โดยระดับน้ำทำงานของบ่อและกรองสัมพันธ์กัน ปั๊มติดตั้งหลังส่วนกรองเพื่อส่งน้ำกลับบ่อ ลำดับจึงเป็น บ่อ → ดักตะกอน → ชีวภาพ → ปั๊ม → บ่อ ระบบนี้ต้องออกแบบระดับ ช่องทางน้ำ และการป้องกันน้ำล้นต่างจากตัวอย่างด้านบน
กรองใหม่
ต้องเดินระบบก่อน
เริ่มเดินกรองแบบไม่มีปลา โดยใช้แหล่งแอมโมเนียสำหรับเดินระบบตามฉลากผลิตภัณฑ์ ตรวจว่าระบบจัดการภาระนั้นได้จนแอมโมเนียและไนไตรต์กลับเป็นศูนย์ก่อนค่อย ๆ เพิ่มปลา การเปิดกรองครบจำนวนวันหรือเติมจุลินทรีย์เพียงอย่างเดียว ยังไม่ยืนยันว่ากรองพร้อม
04 / SIZE IT WITH THE FISH IN MIND
เลือกขนาดกรองและปั๊ม
จากน้ำที่ไหลจริง
เริ่มจากปริมาตรน้ำ แล้วพิจารณาจำนวนปลา ขนาดตัว และอาหารที่ให้ต่อวัน ปั๊มและกรองต้องทำงานสมดุลกัน
- ดูกราฟปั๊มที่ระดับยกจริง รวมผลจากความยาวท่อ ข้องอ และอุปกรณ์ต่อพ่วง
- อัตราน้ำสูงสุดบนกล่อง มักวัดในเงื่อนไขที่ต่างจากการติดตั้งจริง
- วัสดุและช่องกรองต้องให้น้ำไหลผ่านได้ทั่วถึง ไม่ไหลลัดหรืออุดตันง่าย
- ท่อกลับและทางล้นสำรองต้องรับน้ำทัน และต้องเข้าถึงจุดล้างได้สะดวก
คำนวณปริมาตรตู้ทรงสี่เหลี่ยม
กว้าง × ยาว × ความสูงน้ำ (ซม.) ÷ 1,000
ตัวอย่าง: 100 × 40 × 40 ÷ 1,000
นำผลคูณ 160,000 หาร 1,000 ได้ 160 ลิตร ก่อนหักปริมาตรที่วัสดุและอุปกรณ์แทนที่ ใช้ความสูงน้ำจริงแทนความสูงตู้
คำนวณอัตราหมุนเวียนน้ำ
อัตราน้ำจริง (ลิตร/ชั่วโมง) ÷ ปริมาตรน้ำจริง (ลิตร)
ตัวอย่างบ่อ 2,000 ลิตร มีน้ำผ่านกรองจริง 4,000 ลิตร/ชั่วโมง ตัวเลขนี้แสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่อัตราที่กำหนดให้ใช้กับทุกบ่อ ต้องเลือกตามชนิดปลาและการออกแบบระบบ
05 / KEEP IT WORKING
กรองที่ดี ต้องล้างง่าย
และมีคนดูแลต่อเนื่อง
ตรวจการไหลและผลทดสอบน้ำเป็นหลัก ปรับรอบล้างตามภาระของเสียของตู้หรือบ่อ ไม่รอให้กรองตันจนระบบสะดุด
| จุดที่ดูแล | ควรทำอย่างไร | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| ปั๊มและอากาศ | ดูการไหล ฟองอากาศ ระดับน้ำ และเสียงผิดปกติทุกวัน | การไหลลดลงอาจมาจากตะแกรงตัน วัสดุตัน หรืออุปกรณ์ขัดข้อง |
| กรองตะกอน | นำเศษอาหาร มูลปลา และตะกอนออกเมื่อสะสมหรือการไหลเริ่มลด | ตะกอนที่ค้างในกรองยังสลายตัวเป็นภาระในน้ำได้ |
| มีเดียชีวภาพ | ล้างเบา ๆ เฉพาะเมื่อสกปรกกีดขวางการไหล ใช้น้ำเก่าจากระบบหรือน้ำที่กำจัดคลอรีนแล้ว | หลีกเลี่ยงน้ำประปาที่ยังมีคลอรีน สบู่ การตากแห้ง และการเปลี่ยนมีเดียทั้งหมดพร้อมกัน |
| ผลตรวจน้ำ | ตรวจแอมโมเนีย ไนไตรต์ ไนเตรต pH และ KH ตามสภาพระบบ ตรวจถี่ขึ้นเมื่อเริ่มระบบหรือเพิ่มปลา | ค่าน้ำที่ดีต้องเหมาะกับชนิดปลา ไม่ใช้ความใสเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว |
| น้ำและระบบสำรอง | เปลี่ยนน้ำบางส่วนตามผลตรวจ กำจัดคลอรีนในน้ำใหม่ และทดสอบอากาศสำรองเป็นระยะ | กรองและการเติมอากาศควรทำงานต่อเนื่อง ไม่ปิดประจำทุกคืนเพื่อประหยัดไฟ |
06 / QUESTIONS, ANSWERED
คำถามเรื่องกรอง
ที่เจอบ่อย
เข้าใจหน้าที่ของกรอง จะช่วยให้เลือกอุปกรณ์และแก้ปัญหาได้ตรงจุดขึ้น
มีกรองแล้ว ยังต้องเปลี่ยนน้ำไหม?
ยังต้องเปลี่ยนน้ำบางส่วนตามผลตรวจและภาระปลา เพราะกรองชีวภาพทั่วไปเปลี่ยนของเสียเป็นไนเตรต ไม่ได้ทำให้สารละลายทั้งหมดหายไป พืชน้ำช่วยใช้สารอาหารได้ส่วนหนึ่ง แต่ต้องจัดสมดุลและตรวจน้ำต่อเนื่อง
ใส่เซรามิกหรือมีเดียมาก ๆ แล้วน้ำจะดีขึ้นทันทีไหม?
มีเดียช่วยเพิ่มที่เกาะของจุลินทรีย์ แต่ต้องมีออกซิเจน น้ำไหลผ่าน และเวลาให้ระบบตั้งตัว การยัดมีเดียแน่นจนน้ำไหลลัดหรืออุดตันอาจทำให้ใช้พื้นที่กรองได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
กรองชีวภาพต้องล้างจนสะอาดเหมือนใหม่หรือไม่?
ไม่จำเป็น ควรรักษาจุลินทรีย์ที่เกาะวัสดุไว้ และล้างเบา ๆ เมื่อมีตะกอนอุดกั้นการไหล ใช้น้ำที่ไม่มีคลอรีน หลีกเลี่ยงการล้างหนักหรือเปลี่ยนวัสดุทั้งหมดในครั้งเดียว
น้ำเขียวควรเพิ่มใยกรองหรือใช้ UVC?
ต้องแยกก่อนว่าเป็นตะกอนแขวนลอยหรือสาหร่ายเซลล์เดียว ใยกรองช่วยจับอนุภาคตามขนาดช่อง ส่วน UVC ใช้ช่วยควบคุมสาหร่ายที่ทำให้น้ำเขียวเมื่อเลือกขนาดและการไหลถูกต้อง ควรจัดการอาหาร แสง และสารอาหารสะสมร่วมด้วย
ออกแบบให้น้ำไหลถูกทาง
และคุณดูแลได้ทุกวัน
เริ่มจากระบบเรียบง่าย แล้วค่อยขยายให้พอดีกับปลาและภาระของเสีย